Support
www.boss&best-shop.com
0896609394
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ
guest

Post : 2013-02-28 11:42:44.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  ประโยชน์ของเครื่องฟอกอากาศ

เครื่องฟอกอากาศมีประโยชน์อย่างไรกับร่างกายมนุษย์

 
ถ้าถามว่าเครื่องฟอกอากาศมีประโยชน์อย่างไรเเละมีผลต่อร่างกายอย่างไร  เเต่ละคนก็จะบอกว่าดีต่อร่างกายอย่างนั้นอย่างนี้ เช่นช่วยพวกที่มีอาการภูมิเเพ้ อะไรเเบบนี้ครับ ลองอ่านดูนะครับว่าน่าสนใจอย่างไรบ้าง

การเลือกเครื่องฟอกอากาศเพื่อลมหายใจที่สดชื่น
 เมื่อสภาวะอากาศที่แปรปรวน  ประกอบกับมลพิษทางอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในโลกของเรา  และแน่นอนว่า  บ้านที่เราๆ ท่านๆ  อยู่ทุกวันนี้  ก็หนีไม่พ้นปัญหามลภาวะทางอากาศแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน  โดยเฉพาะบ้านในเขตกรุงเทพฯ  และตามจังหวัดใหญ่ๆ  ที่มีผู้คนและรถราอยู่กันอย่างหนาแน่น  ด้วยเหตุนี้เอง  จึงมีผู้คิดค้นเครื่องฟอกอากาศภายในบ้านเพื่อให้อากาศในบ้านนั้นน่าหายใจ กว่าอากาศภายนอก  แต่ทุกวันนี้มีเครื่องฟอกอากาศออกจำหน่ายมากมาย  หลายยี่ห้อ  หลายชนิด  ความยากจึงอยู่ที่ว่า  แล้วเจ้าเครื่องไหนล่ะ  ที่จะเหมาะสมที่สุด  ในการนำมาวางไว้ในบ้านของเรา



การรู้จักอากาศในบ้าน
 อากาศภายในบ้านเรานั้น  โดยปกติแล้วจะมีฝุ่นละอองและควันน้อยกว่าอากาศภายนอก  ที่มีทั้งตัวไรฝุ่น  ควัน  ละอองเกสรดอกไม้  สปอร์เชื้อรา  แบคทีเรีย  ไวรัส  เรดอน  แร่ในหิน  และกลิ่นต่างๆ  มากมาย  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอากาศภายในบ้านจะมีสิ่งปนเปื้อนน้อยจนอยู่ในระดับ ปลอดภัย  เพราะละอองรวมถึงแบคทีเรียจะมีผลต่อผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้และโรคในระบบทาง เดินหายใจ  อีกหลายอย่าง  โดยอากาศเหล่านี้จะเข้ามาทางประตู  หน้าต่าง  และตกลงสู่พื้นห้อง  หากห้องนั้นไม่สามารถระบายให้อากาศผ่านไปอีกด้านได้  อากาศบริสุทธิ์ที่แท้จริงคืออากาศที่ไม่มีฝุ่นผง  หรือสิ่งปลอมปนภายในอากาศเลย
เทคนิคการติดเครื่องฟอกอากาศ
 ธรรมชาติของอากาศที่หมุนเวียนภายในห้องนั้นมีปริมาณอากาศ จำนวนมาก  และแน่นอนว่าเจ้าเครื่องฟอกอากาศเครื่องเล็กนิดเดียวไม่สามารถทำหน้าที่กรอง อากาศ  ดักฝุ่น  เชื้อโรค  เชื้อราในอากาศได้หมดอย่างแน่นอน  ดังนั้น  การติดเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสม  ควรเป็นห้องที่สามารถปิดมิดชิดได้  เพื่อให้เครื่องฟอกอากาศทำงานได้อย่างเต็มที่  เราลองนึกภาพว่าอากาศเป็นน้ำปริมาณมหาศาลในห้อง  แล้วเครื่องปรับอากาศเป็นเครื่องทำให้น้ำเหล่านั้นสะอาด  หากน้ำนิ่งๆ  เครื่องก็จะทำงานได้เต็มที่  แต่หากน้ำนั้นมีการหมุนเวียนไปมาหรือมีอากาศนำฝุ่นผงเข้ามาอีกเรื่อยๆ  เครื่องฟอกอากาศก็จะไม่มีกำลังเพียงพอที่จะดักกรองฝุ่นเหล่านี้ให้สะอาดขึ้น



หลักการทำงานของเครื่องฟอกอากาศเพื่อประสิทธิภาพที่สมบูรณ์
 เครื่องฟอกอากาศทำงานโดยอาศัยหลักการง่ายๆ  โดยเน้นไปที่เทคโนโลยีแผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูง  บางยี่ห้อโฆษณาว่าสามารถดักอนุภาคที่เล็กได้ถึง 0.01 ไมคอน  หรือ  1 ใน 10,000  ส่วนของเส้นผมมนุษย์  ซึ่งอนุภาคเล็กขนาดนี้สามารถดักพวกเชื้อแบคทีเรียที่ลอยมากับอากาศได้เลยที เดียว  แต่แน่นอนว่า  เครื่องฟอกอากาศยิ่งใช้แผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูงมากก็ยิ่งกินไฟมาก  เพราะต้องใช้แรงดูดอากาศมากกว่าเครื่องที่ใช้แผ่นกรองทั่วไ  หลังจากผ่านแผ่นกรองอากาศและก็ต้องเข้าสู่ส่วนดักกลิ่น  ที่สามารถกรองกลิ่นต่างๆ  ด้วยแผ่นกรองคาร์บอนกัมมันต์  ที่มีพื้นที่ผิวในการกรองมากถึง  300 เท่าของสนามฟุตบอลในการดักจับกลิ่น  อัดอยู่ในพื้นที่ไม่กี่ตารางนิ้ว

ด้วยเทคโนโลยีที่สูงขึ้นและข้อจำกัดของเครื่องฟอกอากาศรุ่นเดิม  จึงมีผู้ผลิตคิดค้นเทคโนโลยี  โดยเพิ่มการปล่อยกระแสไฟฟ้านี้เป็นประจุบวก  เมื่อมาเจอกับฝุ่นละอองในอากาศที่เป็นประจุลบ  จะเกิดแรงดึงดูดให้ฝุ่นนั้นตกลงสู่พื้นเร็วขึ้น  รวมทั้งประจุไฟฟ้าอ่อนๆ  นั้นสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย  เชื้อโรคในอากาศบางชนิดได้  ซึ่งเราจะเห็นเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ในเครื่องปรับอากาศ  ที่ใส่ระบบกรองอากาศเหล่านี้ลงไปด้วย  อย่างไรก็ตาม  ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่บ้างว่า  การปล่อยประจุไฟฟ้าออกมาจะมีผลเสียต่อเซลล์เนื้อเยื่อของมนุษย์หรือไม่  เนื่องจากยังไม่มีผลการวิจัยที่แน่ชัดออกมา



วิธีการเลือกเครื่องฟอกอากาศที่ดี
1. เครื่องฟอกอากาศที่ดีควรมี  2 ระบบในตัวเดียวกัน  คือ  มีทั้งความสามารถในการกรองฝุ่นชั้นอนุภาคใหญ่ๆ  ในชั้นแรก  และปล่อยประจุไฟฟ้าเพื่อดักฝุ่นในห้องให้ตกลงสู่พื้นอีกชั้นหนึ่งและควร กรองกลิ่นได้ในระดับหนึ่ง

2. มีแรงมากพอที่จะดูดอากาศโดยรอบ  เพื่อดักฝุ่นและปล่อยอากาศสะอาดออกมา  ด้วยแรงลมที่ไม่เบาจนเกินไปนัก

3. สอบถามและหาข้อมูลของแผ่นกรองอากาศให้ดี  ว่าสามารถกรองอนุภาคได้ขนาดไหน  นอกจากนี้  ควรดูความยากง่ายในการทำความสะอาดและราคาแผ่นกรองใหม่  ในกรณีที่แผ่นกรองหมดอายุใช้งาน

4. หากเป็นเครื่องฟอกอากาศอย่างเดียว  ควรกินไฟไม่เกิน  20 – 50 วัตต์

5. มีเสียงรบกวนเวลาเครื่องทำงานน้อยที่สุด  เพราะส่วนมากเราจะใช้เครื่องฟอกอากาศในห้องนอนเวลากลางคืนมากที่สุด

6. สุดท้ายคือการพิจารณาค่าที่เรียกว่า  CADR (Clean  Air  Delivery  Rate)  ของเครื่อง  ซึ่งค่านี้เป็นค่าสากลที่ใช้วัดประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องฟอกอากาศ  ในเวลาที่มีคนอยู่ในห้อง  ตัวเลขนี้ค่ายิ่งสูงยิ่งดี

วิธีการใช้งานและดูแลเครื่องฟอกอากาศให้มีประสิทธิภาพ
 เครื่องฟอกอากาศถือว่าเป็นอุปกรณ์ราคาแพงที่ต้องการการดูแลรักษาอยู่เสมอ  เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานตลอดเวลา

1. สำหรับเครื่องฟอกอากาศที่ใช้แผ่นกรองเพียงอย่างเดียงควรปิดห้องให้ เครื่องทำงานก่อนสัก  1 – 2 ชั่วโมง  ให้อากาศในห้องดีขึ้นก่อนเข้าไป

2. เครื่องฟอกอากาศแบบปล่อยประจุไฟฟ้าในอากาศแม้ว่าราคาจะแพงกว่าเครื่อง อื่น  แต่ก็เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลทำความสะอาดเครื่องฟอกอากาศมากนัก  อีกทั้งการดูแลรักษายังง่ายกว่าแบบอื่น

3. ดูแลทำความสะอาดหรือเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศอย่างน้อยทุก  3 เดือน  โดยการล้างเป่า  ตากแดด  เพื่อฆ่าเชื้อโรค  หากเป็นกรองพิเศษที่ไม่สามารถล้างได้ด้วยน้ำควรทำความสะอาดตามคู่มือที่ระบุ ไว้
แม้ว่าเครื่องฟอกอากาศจะดูไม่จำเป็นนักสำหรับชีวิตในปัจจุบัน  แต่อย่างน้อยในช่วงเวลาหนึ่ง  เราก็น่าจะได้สูดอากาศสะอาดๆ  ด้วยเครื่องฟอกอากาศเล็กๆ  เพื่อสุขภาพ  ก่อนที่จะออกไปใช้ชีวิตกลางเมือง  ที่มีแต่สิ่งบั่นทอนสุขภาพกายใจ  แต่ถ้าจะให้ดี  ปิดเทอมนี้ก็น่าจะออกไปสูดอากาศต่างจังหวัด  จะดีกว่าเป็นไหนๆ

ขอบคุณบทความจาก formumandme.com

guest

Post : 2012-12-22 17:25:08.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ

ในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศมีปัจจัยในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศดังนี้

1) ประสิทธิภาพในการทำงาน
การทำงานนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของอนุภาคที่สามารถขจัดได้
- Hepa air Filter
เป็นชนิดที่มีประสิทธิภาพการทำงานมากที่สุด ถึง 99.97% สามารถกำจัดอนุภาคที่มีอนุภาคเล็ก ได้ถึง 0.3 ไมครอน และเล็กละเอียดถึง 0.01 ไมครอน

2) ความสามารถในการครอบคลุมพื้นที่การใช้งาน
- Hepa air Filter
จะมีอัตราการครอบคลุมพื้นที่ได้มากกว่า 1,000 ตารางฟุต หรือน้อยกว่า เปรียบเทียบ กับระบบโอโซน และ ประจุลบ จะครอบคลุมได้น้อยกว่า
-
แต่เครื่องฟอกอากาศ เพียงตัวเดียวไม่สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้ทั้งบ้าน ผู้ซื้อควร สอบถามจำนวน ปริมาณลม (หน่วย ลูกบาศ์กฟุต / นาที) แล้วเปรียบเทียบกับขนาดห้อง (หน่วย ตารางฟุต หรือ ตารางเมตร) ถ้า ปริมาณลมน้อย แต่ ขนาดห้องใหญ่ ความสามารถในการครอบคลุมจะไม่ทั่วถึง

3) ค่าไฟฟ้าที่ใช้
- เป็นส่วนสำคัญมากในการจะคิดค่าไฟฟ้าว่าใช้ไปเท่าไหร่ คิดเป็นรายปี และ จำเป็นจะต้องดู จำนวน (วัตต์) ถ้าจำนวนวัตต์สูง อัตราการกินไฟก็สูงขึ้นด้วย และคิดตามสมการดังต่อไปนี้ :
(
จำนวนวัตต์ / 1,000) x ค่าไฟฟ้าต่อยูนิต x ชม.การทำงาน + ค่า FT = ค่าไฟฟ้าที่ใช้

4) ราคาในการเปลี่ยนฟิลเตอร์ และ การบำรุงรักษาเครื่องฟอกอากาศ
- ราคาในการเปลี่ยนของระบบ air filter ภายใน 3, 6 เดือน และ 1ปี ควรคำนึงให้คุ้มค่ากับการลงทุน ในเรื่องของประสิทธิภาพราคา ราคาเครื่องต่ำไม่ได้แสดงว่าเครื่องฟอกอากาศที่เราซื้อคุ้มค่าราคา ซึ่งต้องดูวิธีการที่ใช้ในการฟอกอากาศ และในการเลือกซื้อ ต้องพิจารณาสิ่งเหล่านี้รวมกัน ซึ่งบางรุ่นจะแพงกว่าราคาซื้อเครื่อง


ราคาต่ำ + ราคาต่อ ตารางฟุต หรือ ตารางเมตร = ได้ประสิทธิภาพราคา


-
สำหรับระบบประจุลบ และ โอโซน จะต้องการเพียงแค่ การบำรุง และ ทำความสะอาด แต่แผ่นแก้วจะแตกง่าย ส่วนระบบ UV จะต้องการ การเปลี่ยนทุก ๆ 1 - 5 ปี หรือ น้อยกว่านั้น

 

1